วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

WWDC 2017


Apple เตรียมจัดงาน WWDC 2017 วันที่ 5-9 มิถุนายน 2560

เป็นงานประจำปีของ Apple สำหรับนักพัฒนา คาดว่าจะมรการเปิดตัว iOS 11 รวมถึง macOS เวอร์ชั่นใหม่ แต่งานนี้จะทีเซอร์ไพร์อะไรรึเปล่าต้องคอยติดตาม



#Apple

#WWDC2017

#iOS11

วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560

ส.ค.ส.พระราชทาน พ.ศ.๒๕๖๐ ในรัชกาลที่ ๑๐


สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพรปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๐ และ ส.ค.ส. แก่พสกนิกรชาวไทย



โดยด้านหน้าของบัตรอวยพรพระราชทานมีตราประจำพระราชวงศ์จักรีอยู่ตรงกลาง ด้านล่างเป็นพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. และพระนามาภิไธย ส.ก.

เมื่อเปิดบัตรอวยพร ด้านซ้ายของบัตรอวยพร มีข้อความ บี อี 2560 วงเล็บ 2017 บรรทัดต่อมามีคำว่า Seasons Greeting and Best Wishes for the New Year จากนั้นเป็นลายพระหัตถ์ พระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และที่ด้านล่างของบัตรอวยพรมีข้อความ her majesty queen sirikit and the royal family of thailand

ส่วนที่ด้านขวาของบัตรอวยพรมีพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. อยู่ด้านบน ตรงกลางภาพ ขนาบด้วยพระนามาภิไธย ส.ก. และพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ส่วนด้านล่างเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงฉายคู่กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อยู่ในกรอบวงกลม

ด้านล่างของพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้งสองพระองค์เป็นพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระรูปทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

#KingVajiralongkorn

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๐

วันอาทิตย์ที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ 
ขึ้น ๔ ค่ำ เดือนยี่ (๒) ปีวอก
รัตนโกสินศก ๒๓๕

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน ส.ค.ส. ปีใหม่ 2560

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน ส.ค.ส. ปีใหม่ 2560

ส.ค.ส. ๒๕๖๐ ปีระกา - ไก่ 
ไก่แก้วขันขับพ้น ราตรี 
สุริยะเปล่งแสงสี แจ่มจ้า 
วันใหม่ศกใหม่มี ความสุข 
การกิจเก่งก้าวหน้า ก่อเกื้อล้วนกุศล

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙ ตอนที่ ๗ วันที่ ๔ ธ.ค. ๑๙ นาฬิกา

ฉันเกิดในรัชกาลที่
ตอนที่ วันที่ .. ๑๙ นาฬิกา

โดยปกติเราจะเห็นภาพที่คุ้นชินตาในทุก วันที่ .. ของทุกปี ก่อนวันพระราชสมภพของในหลวง รัชกาลที่ พระองค์จะทรงมีพระราชดำรัสกับประชาชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน จนหลายคนตั้งตารอในหัวค่ำของวันที่ .. บ้างก็เปิดวิทยุรอฟังก็มีไม่น้อย ส่วนบางคนที่พลาดโอกาสฟังมักจะสอบถามด้วยภาษาชาวบ้านว่า "ปีนี้ในหลวงพูดอะไร" คุณประการจากพระกระแสพระราชดำรัสที่คอยหวงใยประชาชน รวมทั้วทรงพระราชทานความรู้ในการหาเลี้ยงชีพ ตลอดจนการเตือนสติในโอกาสต่าง แม้ช่วงหลังจะทรงพระชวร แต่หลาย ท่านก็ยังเฝ้าถามว่า "ปีนี้ในหลวงออกมาพูดรึเปล่า

ปีนี้แตกจากเดิม มีความเปลี่ยนแปลงตลอดไปและตลอดกาล ไม่พระราชกระแสรับสั่งอีกต่อไป แต่เชื่อว่าประชาชนชาวไทยยังจะคงอยู่กับความรู้สึกเช่นนี้ไปอีกนานเท่านาน

#KingBhumibol
#ชื่อเล่นชื่อต้น

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙ ตอนที่ ๕ พระบรมราโชวาท


"ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุข เรียบร้อยจึงมิใช้การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมความดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"

พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ
ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๒

ในสมัยวัยเด็กช่วงราว ๆ ปี พ.ศ.๒๕๓๐ - ๒๕๔๐ หลาย ๆ คนที่ติดละครทางช่อง ๗ ก่อนช่วงเวลา ๓ ทุ่ม ทุก ๆ จะรอดูละครหลังข่าวจบ เรามักจะได้ยินพระบรมราโชวาทรวมถึงพระราชดำรัส ในโอกาสต่าง ๆ ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนตัวชอบพระบรมราโชวาทข้างต้นมากตั้งแต่ในยุคสมัยนั้น และจำขึ้นใจมาโดยตลอด ยิ่งโตมายิ่งคิดตามพระองค์ท่านว่าจริงตามที่พระองค์ท่านเคยตรัสไว้ทุกประการ เพราะเมื่อคนดีไม่ได้รับการสนับสนุน อีกทั้งถ้าคนไม่ดีมีอำนาจ ก็มักจะก่อความเดือนร้อนวุ่นวายได้ ทั้งในหน่วยงานเล็กหน่วยงานใหญ่ รวมถึงหากประเทศชาติถูกปกครองด้วยคนไม่ดีก็เช่นกัน

ในช่วงปี พ.ศ.ดังกล่าวนั้น เราก็มักจะได้ชมข่าวในพระราชสำนักด้วยพระกรณียกิจต่าง ๆ ของทั้งพระองค์ท่าน รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่น ๆ ก็เช่นกัน ซึ่งในระยะหลังมานั้นไม่ทราบว่าช่วงเวลาดี ๆ หายไปตั้งแต่ยุคสมัยใด แต่ลองนึกย้อนไปอาจเกิดจากช่วงเวลาละครขยายขึ้นมาเริ่มประมาณ ๒ ทุ่มครึ่ง เห็นจะได้ ด้วยความใจหายทำให้ความห่างไกลที่เด็กรุ่นใหม่ ๆ จะได้รับรู้สิ่งเหล่านี้หายไปด้วยเช่นกัน

#KingBhumibol

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙ ตอนที่ ๔ โครงการอุปสมบทเทิดพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐

เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ให้ข้าราชการเข้าร่วมอุปสมบทเพื่อเฉลิมพระเกียรติโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวามคม ๒๕๕๐ ในครั้งนั้น ทำให้ผมได้มีโอกาสที่ดีในการอุปสมบท ณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ระหว่างวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ถึง ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๐ ได้รับฉายาว่า "อุตฺตมวานิโช" โดยมีพระอุปัชฌาย์คือ "พระเทพญาณวิศิษฎ์ (อภิพโล)" ในการอุปสมบทดังกล่าว ได้ข้อดี ๒ ประการ คือ ประการแรก ได้บวชเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และประการที่สอง คือ ได้บวชทดแทนบุญคุณบิดามารดาในคราวเดียวกัน แม้ระยะเวลาการบวชครั้งนั้นจะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่คุณประโยชน์อนันต์ เนื่องจาก วันพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ได้ให้ความรู้ทั้งทางด้านพระพุทธศาสนา พระธรรมวินัย รวมถึงได้มีการบรรยายจากท่าน ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เกี่ยวกับเรื่องของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในหลาย ๆ มุมมอง โดยเฉพาะในเรื่องของความพอเพียง ทำให้เข้าใจได้ว่า "คำว่าพอเพียงหมายถึง มีมากบ้างก็ได้ หรูบ้างก็ได้ แต่ให้รู้จักประมาณตน" ผมยังจำได้ถึงทุกวันนี้ 


ในการบวชในครั้งนั้นถือเป็นการบวชพระราชทาน ผู้เข้าร่วมโครงการมิได้เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด อีกทั้งยังได้ประการและความรู้ติดตัวกลับไปอีก และโอกาสที่ดีมาก ๆ อีกประการคือ ได้บวช ณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ซึ่งถือได้ว่า เป็นวัดในรัชกาลที่ ๙ ในการบวชดังกล่าว หลวงพ่อเจ้าอาวาส พระเทพญาณวิศิษฎ์ (อภิพโล) ยังมอบพระสมเด็จจิตรลดามาให้ ๑ องค์ ซึ่งจะกล่าวในครั้งถัด ๆ ไป ตัวเองไม่ทราบว่าเป็นรุ่นใด แต่ถ้าเอ่ยถึงพระสมเด็จจิตรลดาหลาย ๆ ท่านน่าจะพอทราบที่มาและที่ไปของพระองค์นี้เป็นอย่างดี


จะกล่าวประวัติวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก วัดในรัชกาลที่ ๙ ให้ทุกท่านทราบพอสังเขป ดังนี้

วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ. 2538 ตั้งอยู่เลขที่ 999 ซอยพระราม 9 ซอย 19 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคมสีมา และได้รับการยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีเป็นการพิเศษในปี พ.ศ. 2542 ปัจจุบันมี พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) เป็นเจ้าอาวาส


สืบเนื่องจากสภาพสังคมไทยในปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม นับเป็นปัญหาใหญ่ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งชุมชนบึงพระราม ๙ ก็เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ที่ปราบปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น อันก่อให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย ส่งผลให้เกิดการทำลายสภาพแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน กอรปกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแหล่งปลายทางรับน้ำเสียจากทุกหนแห่ง ได้เริ่มเสื่อมโทรมลงทุกขณะ หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ก็จะตามมาอย่างไม่หยุดยั้ง


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศชาติ จึงมีพระราชดำริให้ทดลองแก้ไขปัญหาน้ำเสียด้วยวิธีเติมอากาศ ณ บริเวณบึงพระราม ๙ ในลักษณะเป็นระบบบำบัดน้ำเสียขนาดเล็กและทำการทดสอบการบำบัดน้ำเน่าเสียที่ไหลมาตามคลองลาดพร้าวบางส่วนให้มีคุณภาพดีขึ้น โดยใช้วิธีเติมอากาศลงไปในน้ำและปล่อยให้น้ำตกตะกอนแล้วปรับสภาพก่อนระบายออกสู่ลำคลองตามเดิม รวมทั้งการปรับปรุงคุณภาพน้ำซึ่งเป็นการนำน้ำสะอาดจากแม่น้ำเจ้าพระยามาชะล้างทำความสะอาดคลองและระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยอาศัยจังหวะน้ำขึ้น – น้ำลง ตามธรรมชาติ อันเป็นการบรรเทาปัญหาได้ในระดับหนึ่ง


จากพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานไว้เกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียในเขตกรุงเทพมหานคร โดยการฟอกน้ำเสียให้เป็นน้ำดี ซึ่งจากนั้นเป็นต้นมาพื้นที่บริเวณบึงพระราม ๙ ก็ได้รับการพัฒนาและเป็นตัวอย่างในการบรรเทาแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมเกี่ยวกับน้ำเน่าเสียให้แก่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวให้ดีขึ้น


โครงการบึงพระราม ๙ จึงได้กำเนิดขึ้น โดยมีการดำเนินงานในเขตที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่ติดกับคลองลาดพร้าวฝั่งทิศตะวันตก และด้านใต้จรดกับคลองแสนแสบ มีพื้นที่ประมาณ ๑๓๐ ไร่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๓๑ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กรมชลประทาน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกรุงเทพมหานคร ร่วมกันดำเนินงานในการเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียที่บึงพระราม ๙ ให้มีคุณภาพดีขึ้น เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสียและเป็นการระบายน้ำซึ่งส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชนบึงพระราม ๙ ให้ดียิ่งขึ้น จวบจนกระทั่งปัจจุบัน


เมื่อการดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย ตามโครงการบึงพระราม ๙ ดำเนินการไปได้ระดับหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติม เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๓๑ ให้มีการดำเนินการปรับปรุงสภาพพื้นที่ และชุมชนในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับโครงการบึงพระราม ๙ ดังกล่าว พร้อมกันนั้นก็ให้มีการจัดตั้งวัดขึ้นในที่ดินที่อยู่ใกล้เคียงกัน ซึ่งนางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินจำนวน ๘ – ๒ – ๕๔ ไร่ และได้รับการอนุญาตให้สร้างวัดจากกรมการศาสนา เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๓๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามวัดแห่งนี้ว่า “ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ” โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นองค์อุปถัมภ์ฝ่ายสงฆ์ และสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นองค์อุปถัมภ์ฝ่ายฆราวาส ในการนี้ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานก่อสร้างวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษกขึ้น โดยมีนายจริย์ ตุลยานนท์ กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการก่อสร้างวัด ทำหน้าที่ในรับผิดชอบในการดำเนินการก่อสร้างวัดให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ ในลักษณะวัดขนาดเล็กที่มีลักษณะเรียบง่าย ประหยัด และทันสมัย เป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ และศรัทธา เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ ทั้งทางศาสนา สังคม และจริยธรรม แก่เยาวชน และประชาชนในชุมชน เพื่อขัดเกลาจิตใจของชุมชนให้มีจิตสำนึกต่อสังคมโดยส่วนรวมอันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป


ณะอนุกรรมการฝ่ายออกแบบ ได้ออกแบบอาคารศาสนสถานในวัดแห่งนี้ และประมาณราคาการก่อสร้างอยู่ในวงเงินประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท เพื่อให้สมพระเกียรติ เมื่อนำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งให้ปรับแบบพระอุโบสถและอาคารอื่นๆ ให้มีขนาดเล็กลงจากเดิม มีพระราชประสงค์ให้วัดเล็กๆ โบสถ์เล็กๆ มีกุฏิเล็กๆ ไม่โปรดให้สร้างวัดขนาดใหญ่ และให้ใช้งบประมาณไม่ควรเกิน ๑๐ ล้านบาท นอกจากนี้ สภาพพื้นที่ก็ไม่เหมาะที่จะสร้างเป็นวัดใหญ่ ทรงเน้นว่าให้มีวัดเพื่อให้มีพระไว้สั่งสอนชาวบ้านในบริเวณนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นวัดใหญ่โต เน้นให้สามารถเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนได้เป็นสำคัญ อีกทั้งให้ยึดหลักแห่งความประหยัด เรียบง่ายและเกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้น คณะอนุกรรมการฯ จึงได้ออกแบบที่ง่ายๆ ไม่หรูหรา ซึ่งประกอบด้วยพระอุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ กุฏิเจ้าอาวาส กุฏิพระ จำนวน ๕ หลัง หอระฆัง โรงครัว อาคารสะอาด สวยงาม และบริเวณพื้นที่โดยรอบให้ปลูกพันธุ์ไม้นานาชนิดทั้งไม้ป่าและพันธุ์ไม้หายากในลักษณะป่าผสมผสาน เพื่อให้เกิดร่มเงาและความร่มเย็นแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไปที่เข้ามาประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา


ในส่วนของพระอุโบสถจะเป็นลักษณะผสมผสานกลมกลืนระหว่างสถาปัตยกรรมสมัยโบราณผสมผสานกับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ซึ่งให้เกิดความเป็นเอกลักษณ์ โดยคำนึงถึงประโยชน์แห่งการใช้สอยเป็นสำคัญ และเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๐ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ประกาศตั้งวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เป็นวัดในพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์


ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยกฐานะวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษกเป็นพระอารามหลวงเป็นกรณีพิเศษ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ ซึ่งได้ผ่านมติของมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๒ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


การดำเนินการก่อสร้าง วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เริ่มดำเนินการโดยการถมดินปรับพื้นที่โครงการก่อสร้างวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ที่บริเวณบึงพระราม ๙ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร นับตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๘ และเริ่มงานก่อสร้างอาคารวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษกเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙


จากนั้น เมื่อวันจันทร์ที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๓๙ เวลาประมาณ ๖.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก และทรงเปิดอาคารเรียน โรงเรียนวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก


#แรกเริ่ม การออกแบบพระอุโบสถ นาวาอากาศเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสถาปัตยกรรม สถาปนิก ๑๐ กรมศิลปากร (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) ผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมในวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ได้นำแบบพระอุโบสถขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตร มีรับสั่งให้ย่อลง ให้มีขนาดกะทัดรัด สอดคล้องกับลักษณะของชุมชน ด้วยไม่โปรดสิ่งที่ใหญ่โตเกินความจำเป็น


#พระอุโบสถ : #ปฐมเหตุแห่งความประหยัด


มีพระราชประสงค์ให้วัดนี้เป็นวัดของชุมชนพระราม ๙ เพื่อให้ประกอบศาสนกิจ จากเดิมที่ออกแบบให้ภายในพระอุโบสถจุคนได้ ๑๐๐ คนเศษ ทรงให้ลดเหลือเพียง ๓๐ — ๔๐ คน ลดงบประมาณจากที่ตั้งไว้ ดิม ๕๗ ล้านบาท เป็นไม่เกิน ๓ ล้านบาท เหล่านี้ ชี้ให้เห็นพระราชนิยมที่ประหยัด เรียบง่าย เน้นเพียงการใช้ประโยชน์สูงสุดที่สำคัญ และมีพระราชประสงค์ให้เป็นตัวอย่างของการสร้างวัดสำหรับชุมชนอีกด้วย


นาวาอากาศเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น จึงน้อมรับพระราชกระแสมาออกแบบพระอุโบสถใหม่ โดยเน้นประโยชน์ในอาคารอย่างคุ้มค่า วัสดุก่อสร้างทั้งหมดเป็นของที่ผลิตในประเทศ ส่วนรูปแบบทางศิลปกรรมเป็นการผสมผสานรูปแบบอย่างสถาปัตยกรรมปัจจุบัน โดยได้ต้นเค้าจากพระอุโบสถวัดต่างๆ ดังนี้


- พระอุโบสถวัดราชาธิวาส กรุงเทพมหานคร เช่น รูปทรงเสาของเสาอุโบสถ


- พระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์จังหวัดนครปฐม เช่น ความเรียบง่ายและมุขประเจิด


- พระอุโบสถวัดเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนนทบุรี


ซึ่งเป็นต้นแบบในการผูกลายปูนปั้นประดับหน้าบัน โครงสร้างอุโบสถวันพระราม ๙ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหลังคมมุงกระเบื้องทำด้วยแผ่นเหล็กสีขาว องค์ประกอบเครื่องบนหลังคาเป็นปูนปั้นลายดอกพุดตาน ประดับหน้าบันด้วยลายปูนปั้นปิดทองเฉพาะที่ตราพระราชลัญจกร ประจำพระองค์รัชกาลที่ ๙ ช่อฟ้า ใบระกาเป็นลวดลายปูนปั้นไม่ปิดทองประดับกระจก ผนังและเสาก่ออิฐฉาบปูนเรียบทาสีขาว บานประตูหน้าต่างใช้กรอบอะลูมิเนียม ลูกฟักเป็นกระจก เพดานพระอุโบสถเป็นเพดานไม้เรียบ แต่ได้มีผู้มีจิตศรัทธาถวายโคมระย้าเป็นพุทธบูชาประดับไว้แทนรวม ๔ ช่อ


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดให้จารึกคาถาเยธมมาฯ ณ ที่นี้ ใช้อักษรอริยกะ ซึ่งเป็นอักษรที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงประดิษฐ์ขึ้น แบบเดียวกับที่พระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์